6 ประเภทสิว และระดับความรุนแรงของสิวแต่ละประเภท

6 ประเภทสิว และระดับความรุนแรงของสิวแต่ละประเภท

สิวมีกี่ประเภท? ประเภทของสิว มีทั้งหมด 6 ประเภทหลักๆ โดยใน 6 ประเภทนี้ สามารถแบ่ง ชนิดของสิว ได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีการอักเสบ และชนิดที่ไม่มีอาการอักเสบ โดย สิวแต่ละประเภท มีลักษณะ และความรุนแรงที่ต่างกัน เรามาลองดูกันก่อนว่า ประเภทสิว 6 ประเภทมีอะไรบ้าง

  1. สิวหัวขาว (Whiteheads) : เป็นสิวอุดตันหัวเปิด
  2. สิวหัวดำ (Blackheads) : เป็นสิวอุดตันหัวปิด
  3. สิวแบบตุ่ม (Papules) : เป็นตุ่มขนาดเล็กสีแดง
  4. สิวแบบตุ่มหนอง (Pustules) : เป็นตุ่มที่มีหัวหนอง มีสีแดงรอบๆ
  5. สิวแบบนูน (Nodules) : เป็นสิวอักเสบ เป็นก้อนนูน แดง ขนาดใหญ่
  6. สิวหัวช้าง (Cysts) : เป็นก้อนนูน ขนาดใหญ่ มีหนองและเลือดปนอยู่
ประเภทของสิว 6 ประเภทสิว สิวมีกี่ประเภท ชนิดของสิว แต่ละประเภท
ประเภทสิว 6 ประเภท แบ่งเป็นชนิดที่อักเสบ กับชนิดที่ไม่อักเสบ (ภาพจาก ellemesmedspa.com)

คุณอาจจะงงๆ ว่า แล้วสิวอุดตัน กับสิวเสี้ยนที่คุ้นเคยกันหายไปไหน สิวอุดตันไม่หายไปไหน เพราะ สิวหัวขาว และสิวหัวดำ นั่นแหละที่ถูกเรียกกันในชื่อของ สิวอุดตัน ส่วนสิวเสี้ยนก็คือสิวหัวดำอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวเราเล่าให้ฟังในหัวข้อต่อไป

ระดับความรุนแรงของสิวแต่ละประเภท

ก่อนเราจะไปแบ่งประเภท อยากให้คุณได้ลองทำความเข้าใจกันก่อนว่าแบบไหนคือการเป็นสิวขั้นรุนแรง หรือแบบไหนคือยังไม่รุนแรงมาก โดยระดับความรุนแรง 3 ระดับของสิวนี้ถูกแบ่งโดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (bumrungrad.com)

รุนแรงเล็กน้อย– สิวไม่อักเสบ หรือ
– สิวอักเสบประเภท Papule หรือ Pustule ไม่เกิน 10 จุด
รุนแรงปานกลาง– สิวอักเสบประเภท Papule หรือ Pustule มากกว่า 10 จุด และ/หรือ
– สิวอักเสบประเภท Nodule น้อยกว่า 5 จุด
รุนแรงมาก– สิวอักเสบประเภท Papule หรือ Pustule จำนวนมาก หรือ
– สิวอักเสบประเภท Nodule หรือ Cyst จำนวนมาก หรือ
– เป็นสิวอักเสบประเภท Nodule อยู่นานและกลับเป็นซ้ำหรือเริ่มมีหนองไหล

ซึ่งระดับความรุนแรงนี้จะดูจำนวนการเกิดสิวบนใบหน้าเป็นหลัก ไม่ได้พูดถึงระดับความอักเสบ ซึ่งความรุนแรงด้านการอักเสบอาจจะต้องลองดูเรื่องสภาพของสิวเป็นหลัก เช่น

  • ความเจ็บปวด เช่น หากเจ็บมาก หมายถึงระดับความอักเสบของรู้ขุมขนสูง
  • ขนาด เช่น หากขนาดใหญ่ เป็นไปได้ว่าภายใต้ผิวหนังนั้นเกิดการติดเชื้อและมีหนองหรือเลือดจำนวนมาก
  • การซึมของหนองและเลือด เช่น หากบวมถึงขั้นมีหนองหรือเลือกซึมออกมา หมายความว่ามันอักเสบขั้นสุดแล้ว

ทั้งนี้ หากเริ่มสังเกตว่ามีความเจ็บมากขึ้น เริ่มขนาดใหญ่ขึ้น มีหนองหรือเลือกซึมออกมา หรือเป็นสีแปลกๆ ควรไปพบแพทย์ทันที

ทีนี้เรามาลองดูกันว่า ประเภทสิว 6 ประเภทมีอะไรบ้าง

ประเภทสิวชนิดที่ไม่มีอาการอักเสบ

ประเภทสิวที่ไม่มีอาการอักเสบเราเรียกกันว่าสิวอุดตัน (Comedones) ซึ่งสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือ สิวหัวขาว (Whiteheads หรือ Closed Comedones) และสิวหัวดำ (Blackheads หรือ Opened Comedones)

สิวอุดตัน หรือ Comedones คือ ระยะแรกของการเกิดสิว ทั้ง 6 ประเภทที่เรากำลังจะพูดถึง จะมีขนาดเล็ก เกิดจากการอุดตันในรูปขุมขน

หากไปหาหมอบางที่จะรักษาด้วยการกดสิวเพื่อเอาหัวสิวออกก่อนที่จะเกิดการอักเสบ หรือต้องใช้ยาที่มีตัวยา Salicylic Acid (ซาลิไซลิก แอซิด), Benzoyl Peroxide (เช่น ใน Benzac) หรือ OTC Retinoids

สำหรับสิวอุดตันชนิดที่ไม่มีอาการอักเสบสามารถแบ่งได้เป็น สิวหัวขาว และสิวหัวดำ

สิวหัวขาว (Whiteheads)

สิวหัวขาว คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เป็นสิวหัวปิด จัดอยู่ในประเภทสิวที่ไม่มีอาการอักเสบ แต่อย่าไปแคะ ไปแกะมัน เพราะอาจจะส่งผลให้กลายเป็นสิวอักเสบได้เหมือนกัน หรือหากปล่อยทิ้งไว้นานก็อาจจะมีอาการอักเสบได้

Whiteheads หรือ สิวหัวขาวมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สีขาว มีเชื้อแบคทีเรียอุดตันอยู่ในรูขุมขน และด้วยความที่เป็นสิวหัวปิด เลยทำให้เอาออกได้ยาก ซึ่งการที่เป็นสิวหัวปิด รูขุมขนเลยไม่ได้สัมผัสและทำปฏิกิริยา Oxidation กับออกซิเจนในกาศ จึงไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีดำเหมือนสิวหัวดำที่เรากำลังจะพูดถึง

สิวหัวดำ (Blackheads)

สิวหัวดำ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กับไขมันในรูขุมจน โดยเป็นสิวหัวเปิด จัดอยู่ในประเภทสิวที่ไม่มีอาการอักเสบ แต่ถ้าไปยุ่งกับมันมากๆ ก็อาจอักเสบได้เช่นกัน

Blackheads หรือ สิวหัวดำ จะเป็นเม็ดเล็กๆ มีหัวสีดำ เกิดจากการที่มันเป็นสิวหัวเปิด เลยทำให้เกิดปฎิกิริยา Oxidation กับออกซิเจนในอากาศ เลยออกมาเป็นสีดำ

สำหรับสิวเสี้ยนคือสิวหัวดำอีกประเภท เพียงแค่ว่ามันจะมีปัจจัยของขนบนผิวหนังมาเกี่ยวข้องกับการอุดตันในรูขุมขนด้วย ซึ่งหลายคนจะมีปัญหา สิวเสี้ยนเยอะตรงจมูก (คลิกลิงก์เพื่ออ่านต่อเกี่ยวกับวิธีกำจับสิวเสี้ยนที่จมูก) เนื่องจากเป็นจุกที่มีไขมันมาก เลยส่งผลให้เกิดการอุดตันสูง ทั้งนี้สิวเสี้ยนก็ยังเป็นสิวประเภทที่ไม่เกิดการอักเสบเช่นกัน

ประเภทสิวชนิดที่มีอาการอักเสบ

เราจะรู้จักสิวประเภทที่มีอาการอักเสบกันทั่วๆ ไปว่า สิวอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อของแบคทีเรีย P. Acnes ซึ่งสิวอักเสบนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทย่อยๆ โดยเราจะขอเริ่มจากประเภทที่มีความรุนแรงน้อย ไปจนถึงประเภทที่มีความรุนแรงมาก

สิวแบบตุ่ม (Papules)

สิว Papules คือ สิวแบบตุ่มเล็กๆ ซึ่งอาจเป็นสิวอุดตัน ที่เริ่มเกิดอาการอักเสบ สงผลให้เริ่มมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สีแดง หรือชมพูดบนผิวหนัง ซึ่งสิวชนิดนี้จะเริ่มมีอาการอักเสบ หากจับ หรือกดจะรู้สึกเจ็บ ซึ่งหากบีบเองอาจส่งผลให้อาการอักเสบรุนแรงกว่าเดิมได้

ซึ่งหากสิวชนิดนี้เกิดเป็นแผล หรือเป็นนานโดยไม่ได้รับการรักษาก็มีโอกาสส่งผลให้เกิดรอย หรือแผลเป็นได้ ซึ่งหากเป็นไม่กี่เม็ดก็จะยังไม่ค่อยน่ากลัว แต่หากเริ่มมี Papule จำนวน 10 มากกว่า 10 จุดก็จะเริ่มถือว่ามีความรุนแรงระดับปานกลาง

สิวแบบตุ่มหนอง (Pustules)

Pustules คือสิวแบบตุ่มหนอง เริ่มมีความอักเสบมากกว่า Papules เริ่มเห็นหัวหนองสีขาว หรือเหลืองอย่างชัดเจน และมีรอยแดงรอบๆ

Pustules จะมีการติดเชื้อแบคทีเรียมากขึ้น จะเริ่มรู้สึกเจ็บ และปวดกว่าสิวแบบ Papules ซึ่งหากเป็นนานโดยไม่รักษา หรือไปบีบไปแกะมันก็อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบมากขึ้น และอาจทิ้งแผลเป็นไว้ได้ด้วยเช่นกัน หากมีสิวประเภทนี้ไม่เกิน 10 จุดยังถือว่าไม่รุนแรงมาก แต่หากเกิดจาก 10 จุดจะเริ่มถือว่ารุนแรงระดับปานกลาง

สิวแบบนูน (Nodules)

สิว Nudules คือสิวอักเสบใต้ผิวหนัง ที่มีลักษณะบวมใหญ่ มีความเต่งตึง หรือบางทีอาจจะรู้สึกเป็นไตเข็งๆ แสดงถึงอาการอักเสบที่ค่อนข้างสูงจากการติดชื้อของแบคทีเรียใต้ผิวหนัง จึงจะไม่ค่อยเห็นหัวหนองชัดเจนเหมือน Papule และ Pustule

Nodules หรือ สิวอักเสบแบบนูน จะมีระยะเวลาการอักเสบค่อนข้างนาน และรักษายาก ควรไปพบแพบท์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะหากบีบเองมีโอกาสที่แบคทีเรียใต้ผิวหนังจะกระจายตัว และยังมีโอกาสส่งผลให้เกิดแผลเป็น และร่องรอยได้สูง โดยหากมีไม่เกิน 5 จุดจะถือว่ารุนแรงระดับปานกลาง และหากมีเกิน 5 จุด จะถือว่าเริ่มมีความรุนแรงสูง

แต่ถ้าเป็นจุดเดียว แต่เป็นซ้ำๆ ไม่หายสักที หรือมีหนองออกมาบ่อยๆ แบบนี้ก็จะถือว่ารุนแรงมาก ควรพบแพทย์

สิวหัวช้าง (Cysts)

จากชื่อก็น่าจะรู้แล้วว่า สิวหัวช้าง หรือ Cysts คือ สิวที่มีอาการอักเสบสูงสุด โดยอาจจะเริ่มจากสิวแบบตุ่มเล็กๆ ก็ได้เช่นกัน สิวหัวช้าง จะไม่มีหัวชัดๆ หรืออาจมีหลายหัว แต่ก็อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะเอาออกมาได้ยากพอสมควร

สิวหัวช้างมีการติดเชื้อใต้ผิวหนังค่อนข้างสูง ภายในอาจมีทั้งหนอง และเลือดผสอมกันอยู่ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเป็นก้อนๆ และจะรู้สึกเจ็บปวดมากพอสมควร สิวหัวช้างควรได้รับการดูแลและรักษาจากแพทย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากอักเสบกว่านี้จะอันตราย และจะทำให้เกิดแผลได้

น่าจะพอเห็นภาพกันแล้วว่า สิวมีกี่ประเภท หากลองสังเกตจาก ประเภทของสิว ทั้งหมดแล้ว จะเห็นได้ว่าสิวประเภทที่มีการอักเสบสูงมักเริ่มต้นมาจากสิวประเภทที่มีการอักเสบต่ำ หรือไม่มีการอักเสบเลย (สิวอุดตัน) แล้วค่อยๆ เพิ่มระดับความอักเสบขึ้นอยู่กับระดับความติดเชื้อในรูปขุมขน ทางทีดีควรจะรีบดูแล และรักษาตั้งแต่ยังมีอาการไม่รุนแรง

อ้างอิงเนื้อหาบางส่วน

  • “Slideshow: Acne Visual Dictionary”, webmd.com [Retrieved 13/Mar/2021]
  • “สิว…แค่เรื่องสิวๆ”, bumrungrad.com [Retrieved 13/Mar/2021]
  • “Comedonal Acne: What, Why & Ways To Treat Them”, skinkraft.com [Retrieved 14/Mar/2021]